GClub ชูร์เลเบิ้ล!เยอรมันฟอร์มแกร่งบุกอัดอาเซอร์ไบจานยับ 4-1

GClub

แนวรุก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จัดการซัด 2 ประตู ช่วยให้ทัพอินทรีเหล็กเก็บชัยชนะในรอบคัดเลือกเวิลด์คัพ 5 เกมติดต่อกัน

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรป กลุ่มซี GClub นัดที่ 5 คู่ระหว่าง ทีมชาติอาเซอร์ไบจาน อันดับ 3 เปิดรัง โตฟิก เบห์รามอฟ อดินา เรสพับบลิกา สตาดิโอนู รับการมาเยือนของ ทีมชาติเยอรมัน จ่าฝูง

เจ้าถิ่นเกมนี้ กุนซือ โรเบิร์ต โปรซิเน็คกี้ วางแผนมาในระบบ 4-2-3-1 นำมาโดยแผงแนวรุกอย่าง ดิมิทริจ นาซารอฟ ,จาวิด ฮูเซย์นอฟ ,อาฟราน อิสมายิลอฟ คอยปั้นเกมให้กับ รามิล เชย์ดาเยฟ คอยล่าตาข่าย

ทีมเยือน ของกุนซือ โยอาคิม เลิฟ วางหมากมาในระบบ 4-2-3-1 เช่นเดียวกัน นำทัพมาโดย ซามี เคดิรา กัปตันทีมคุมแดนกลางร่วมกับ โทนี โครส โดยมีแนวรุกอย่าง โธมัส มุลเลอร์ , อังเดร ชูร์เล ประสานงานกับ ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ สนับสนุน มาริโอ โกเมซ ที่ยืนเป็นหัวหอก

นาทีที่ 19 ทีมเยือนได้เฮก่อนจากจังหวะ ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ จ่ายบอลออกทางซ้ายให้กับ โยนาส เฮ็คเตอร์ จ่ายเข้ามาให้ อังเดร ชูร์เล ในกรอบเขตโทษแปง่ายๆเข้าไป อินทรีย์เหล็กนำ 1-0

นาทีที่ 31 เจ้าบ้านได้เฮบ้าง เมื่อ อาฟราน อิสมายิลอฟ วางบอลออกมาทางด้านซ้ายให้กับ ดิมิทริจ นาซารอฟ กระชากบอลตัดเข้าในกรอบเขตโทษ ก่อนจะซัดผ่านมือ แบรนด์ เลโน เข้าไป สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

5 นาทีถัดมา ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะ อังเดร ชูร์เล ตัดบอลได้และแทงทะลุช่องให้กับ โธมัส มุลเลอร์ แตะหนี กามราน อกาเยฟ นายด่านเจ้าถิ่นเข้าไปยิงง่ายๆ เยอรมันนำ 2-1

ก่อนหมดครึ่งแรก 1 นาที ทีมเยือนมาได้ประตูนำห่างเป็น 3-1 จากจังหวะ โจชัว คิมมิช เปิดบอลเข้ามาให้ มาริโอ โกเมซ โหม่งย้อยเข้าประตูไปแบบ กามราน อกาเยฟ นายด่านเจ้าถิ่นได้แต่มอง พร้อมจบ 45 นาทีด้วยสกอร์ดังกล่าว

นาทีที่ 81 อินทรีย์เหล็กมาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะ โทนี โครส จ่ายบอลให้กับ โยนาส เฮ็ตเตอร์ ทางซ้าย ก่อนตบกลับเข้ามาให้ อังเดร ชูร์เล ยิงเข้าไปไม่เหลือ ทีมเยือนนำ 4-1

จากนั้นทั้ง 2 ทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบ 90 นาที เยอรมัน บุกเอาชนะ อาเซอร์ไบจาน 4-1 คว้า 3 คะแนน แข่ง 5 นัด เก็บ 15 แต้มเต็ม รั้งจ่าฝูงต่อไป ส่วน เจ้าถิ่น แข่ง 5 นัด มี 7 คะแนน ร่วงลงมาอยู่อันดับ 4

GClub เจอร์ราร์ดทั้งยิงทั้งจ่าย! ตำนานหงส์เชือดชุดขาวรุ่นเก๋านัดการกุศล 4-3

GClub

ศึกฟุตบอลนัดการกุศลที่แอนฟิลด์ จบลงด้วยชัยชนะของทีมเจ้าถิ่นแบบเฉียดฉิวท่ามกลางบรรยากาศแสนชื่นมื่น

ฟุตบอลนัดการกุศลที่สนามแอนฟิลด์ GClub ในวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2017 ระหว่างทีมตำนานลิเวอร์พูล พบกับ ตำนานเรอัล มาดริด ซึ่งเกมการแข่งขันนัดพิเศษนี้เป็นการระดมทุนให้กับมูลนิธิอย่างเป็นทางการของหงส์แดงเพื่อใช้เป็นประโยชน์ต่อไป

ตำนานทัพหงส์แดง ที่คุมทีมโดย เอียน รัช จัดแผนในระบบ 4-3-3 ส่งเจอร์ซีย์ ดูเด็ค ลงเฝ้าเสา แผงหลังจากขวาไปซ้าย บียอร์น ทอเร ควาเม, เจมี คาร์ราเกอร์, แดเนียล แอ็กเกอร์ และยอห์น อาร์เน ริเซ กองกลางส่งดิทมาร์ ฮามันน์, สตีเวน เจอร์ราร์ด, สตีฟ แม็คมานามาน ลงบัญชาเกมร่วมกัน ขณะที่สามประสานเกมรุกเป็น หลุยส์ กาเซีย, ไมเคิล โอเวนและร็อบบี้ ฟาวเลอร์

ทางฝั่งโลส บลังโกส มาในระบบ 4-4-2 มีเปโดร คอนเทรลาส ลงเฝ้าเสา แผงหลัง 4 คน ไล่จากซ้ายไปขวา โรแบร์โต้ คาร์ลอส, เฟร์นานโด ซาน, ฟรานซิสโก้ ปาวอน, มิเชล ซัลกาโด้ คู่กลางเป็นคลาเรนซ์ เซดอร์ฟกับซาวิโอ ขนาบข้างด้วยหลุยส์ ฟิโก้ และรูเบน เดอ ลา เร้ด โดยมี เฟอร์นานโด มอริเอนเตส และคริสติยง การอมเบอ

ก่อนหน้านี้ทั้งสองทีมเคยปะทะแข้งกันมาแล้วเมื่อปี 2015 ซึ่งตอนนั้นเป็นราชันชุดขาวที่เปิดซานติอาโก้ เบร์บาเบวเอาชนะไป 4-2

เกมช่วง 20 นาทีแรก ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสบุกกดดันเท่ากัน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมกันเอง ซึ่งนาทีที่ 20 เป็นทีมจากกรุงมาดริดที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นรายแรก โดยโรแบร์โต้ คาร์ลอส ถูกเปลี่ยนตัวออกและเป็นโฆเซ อมาวิสก้า ลงสนามมาแทน

กระทั่งนาทีที่ 25 เป็นลิเวอร์พูลที่ได้ประตูออกนำไปก่อน เมื่อเจอร์ราร์ดลากบอลจี้เข้าบริเวณฝั่งขวาของเขตโทษ ก่อนจะบรรจงครอสบอลมาเข้าทางโอเวน ได้โอกาสโขกจ่อๆพาตำนานหงส์แดงขึ้นนำ 1-0

จากนั้นเป็นพลพรรคราชันชุดขาวรุ่นเดอะ ที่พยายามเดินเกมรุกหวังทวงประตูคืน และมีหวาดเสียวอยู่หลายหน ทั้งจังหวะที่มอริเอนเตสจ่ายบอลสั้นในเขตโทษให้ซัลกาโด้ซัดด้วยขวาเน้นๆ ทว่ายังไม่ผ่านมือดูเด็ค ในนาทีที่ 32 รวมถึงอีก 2 นาทีถัดมา ที่อมาวิสก้าที่โยนบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายหวังลุ้นหน้าประตู แต่นายด่านยโปแลนด์ก็ยังขวางเอาไว้ได้อีกครั้ง

แม้ท้ายครึ่งแรกจะเป็นพลพรรคเร้ด แมชชีนรุ่นเก๋าที่เดินเกมบุกมากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมกันไปเอง

เปิดครึ่งหลังรัช ส่งผู้เล่นตัวสำรองอย่างอลัน เคนเนดี้, สเตฟาน อ็องโชซ์, เจสัน แม็คเคเทียร์, ฟิล บาบบ์ และ ซานเดอร์ เวสเตอเฟลด์ ลงมาสัมผัสเกม ขณะที่ดูเด็ค และ แม็คมานามาน โยกไปเล่นให้ฝั่งตำนานของมาดริดบ้าง

จากนั้นนาทีที่ 50 กอวเชียร์เดอะ ค็อป ได้เฮลั่นสนามอีกครั้ง เมื่อเจอร์ราร์ดจ่ายบอลเรียดในเขตโทษมาเข้าเท้าจอห์น อัลดริดจ์ อีกหนึ่งตัวสำรองได้โอกาสซัดโล่งๆผ่านมือดูเด็คเข้าประตู ลิเวอร์พูลนำ 2-0

อีก 6 นาทีถัดมา โลส บลังโกสเกือบได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะที่เซดอร์ฟอาศัยความสามารถเฉพาะตัวงัดบอลหนึ่งจังหวะแล้วซัดเต็มเท้า ทว่าบอลยังไม่เข้ากรอบ

สกอร์ไหลไปเป็น 3-0 เมื่อดูเด็คไปสกัดเจอร์ราร์ดล้มในเขตโทษ ก่อนที่ศูนย์หน้ากัปตันทีมอย่างฟาวเลอร์จะซัดด้ยซ้ายเข้าประตูไปอย่างเลือดเย็นในนาทีที่ 67

นาทีที่ 79 แม็คเคเทียร์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวามาเข้าทางเจอร์ราร์ด ได้โอกาสเอี้ยวตัวยิงเข้าไปอย่างสวยงาม ส่งให้ตำนานลิเวอร์พูลขยับเพิ่มเป็น 4-0

ท้ายครึ่งหลังเป็นตำนานชุดขาวที่ได้ 2 ประตูรวดในนาทีที่ 80 และ 82 จากเอ็ดวิน คองโกและมอริเอนเตส ส่งผลให้มาดริดไล่มาเป็น 2-4

ตำนานหงส์แดงมีเซอร์ไพร์สเล็กๆ เมื่อรัชส่งตัวเองลงสนามพร้อมกันกับอัลดริดจ์ในนาทีที่ 82 จากนั้นนาทีที่ นาที 90 เป็นรูเบน เด ลา เรดที่โหม่งให้มาดริดไล่เป็น 4-3 และจบการแข่งขันด้วยสกอร์นี้ ท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนบอลทั่วแอนฟิลด์

GClub แค่ตักเตือน!อังกฤษรอดแบนแฟนบอลร้องเพลงเหยียดเชื้อชาติ

GClub

สหพันธ์ลูกหนังโลกส่งคำเตือนไปยังเอฟเอของอังกฤษกรณีแฟนบอลร้องเพลงเหยียดในเกมกับโครแอต

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) GClub ส่งคำเตือนไปยัง สมาคมฟุตบอลอังกฤษกรณีถูกร้องเรียนว่ามีแฟนบอลร้องเพลงเหยียดเชื้อชาติในเกมรอบรองชนะเลิศที่พวกเขาแพ้โครเอเชีย 2-1

โดยแฟนบอลทีมเมืองผู้ดีแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมด้วยการร้องเพลงเหยียดเชื้อชาติในเกมรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2018 กับทีมตราหมากรุก ที่สิงโตคำรามแพ้ไป 2-1

ล่าสุดหลังจากทางฟีฟ่าได้มีการชมวิดีโอย้อนหลังในสนาม ลุซนิกิ สเตเดี้ยม เพื่อตัดสินโทษในครั้งนี้ ทั้งนี้ฟีฟ่าเห็นว่า “เป็นแค่การกระทำของแฟนบอลกลุ่มเล็กๆ” จึงได้การตักเตือนไปยังเอฟเอของอังกฤษเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก